5 วิธีดับร้อนให้รถยนต์

5 วิธีดับร้อนให้รถยนต์

 อากาศร้อนกระหน่ำแบบนี้ เราอาจจะไปคลายร้อนด้วยการอาบน้ำ เล่นน้ำ ว่ายน้ำ เดินตากแอร์ ฯลฯ แต่สำหรับรถของเรามันไปคลายร้อนเองไม่ได้จึงเป็นหน้าที่ของเจ้าของรถที่ต้องพาไป ทว่าช่วงนี้อะไรประหยัดได้ก็ควรประหยัด จะพาไปเข้าศูนย์ ตรวจเช็ค หรือล้างรถบ่อยๆ ก็อาจจะกระเป๋าแฟบเป็นแน่แท้ วันนี้เราจึงขอแนะนำวิธีการดูแลรถยนต์เบื้องต้นในช่วงหน้าร้อนกันค่ะ

 

**ติดฟิล์มกรองแสง**
วิธียอดฮิตที่จะช่วยลดความร้อนจากแสงแดดให้ภายในตัวรถได้คือการติดฟิล์มกรองแสงค่ะ แต่ในตลาดบ้านเรามีอยู่หลายยี่ห้อ ก็ต้องพิจารณาเลือกให้คุ้มค่าเงิน อย่างแรกที่ควรคำนึงถึง คือ คุณภาพฟิล์มกรองแสง คำว่าคุณภาพดี คือต้องสำรวจที่คุณสมบัติต่างๆ ของฟิล์ม เช่น ค่าการลดความร้อน ค่าการลดรังสีอัลตราไวโอเลต ค่าการสะท้อนแสง ค่ะ แต่ทั้งนี้ ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์คุณภาพดีจะสามารถลดความร้อนจากแสงแดดได้สูงสุดเพียง 68% เท่านั้น หากมีการโฆษณาว่าสามารถลดความร้อนได้สูงกว่านี้ก็... ต้องพิจารณาเป็นรายไปละค่ะ ส่วนขั้นตอนการติดตั้ง แนะนำให้ไปติดตั้งที่ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับหนังสือแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากบริษัทผู้นำเข้าที่ยังไม่หมดอายุ เพื่อให้ได้ฟิล์มกรองแสงที่มีคุณภาพของแท้ และมั่นใจได้ค่ะ

 

**ยืดอายุแอร์รถยนต์**
สำหรับรถทุกคันในวันนี้ ขาดแอร์เหมือนขาดใจจริงๆ ค่ะ ฉะนั้น ก็ต้องถนอมอายุแอร์กันหน่อย เพียงแค่ดูจุดเล็กๆ ก็สามารถยืดอายุการใช้งานได้ เช่น ไม่ปรับตำแหน่งของเทอร์โมสตรัทไปที่ Cool อยู่ตลอดเวลา จะช่วยถนอมคอมเพรสเซอร์ไม่ให้ทำงานหนักตลอดเวลา หรือไม่เปิดกระจกเมื่อเปิดแอร์ เพราะคอมเพรสเซอร์จะทำงานหนัก หรืออาจใช้วิธีปิดการทำงานของคอมแอร์ แต่ยังเปิดพัดลมอยู่ค่ะ และที่สำคัญ แอร์รถ เหมือนแอร์บ้าน อย่าลืมล้างตู้แอร์อย่างน้อยก็ปีละครั้งค่ะ หรือจะราว 20,000 กม. รวมถึงการเปลี่ยนวาล์วแอร์และดรายเออร์ทุก 40,000 - 50,000 กม. ค่ะ

 

**โอเวอร์ฮีท!!...ป้องกันได้**
หน้าร้อนสุดร้อนแบบนี้ ต้องหมั่นตรวจสอบระดับน้ำในหม้อน้ำนะคะ หากเป็นรถใหม่ควรตรวจสอบอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ส่วนรถที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี ควรตรวจสอบ 2 - 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หมั่นเติมน้ำสะอาดและถ่ายน้ำในหม้อน้ำทิ้งทุก 4 - 6 เดือน และขณะขับขี่ก็สังเกตอาการเครื่องยนต์จากเข็มวัดอุณหภูมิที่หน้าปัดด้วยนะคะ ปกติจะอยู่ระหว่างตัว C และ H หรือ 85 - 90 องศาเซลเซียส หากเข็มวัดอุณหภูมิเคลื่อนมาอยู่ใกล้ตัว H แสดงว่าเครื่องยนต์ร้อนจัด ให้รีบปิดแอร์เพื่อลดการทำงานของเครื่องยนต์และนำรถจอดข้างทางในบริเวณที่ปลอดภัยในทันที และรีบเปิดฝากระโปรงรถเพื่อระบายความร้อนออกจากห้องเครื่อง หากมีไอน้ำพุ่งขึ้นมาจากฝากระโปรงรถ ควรรอจนความร้อนของเครื่องยนต์ลดลง แล้วจึงค่อยเปิดฝากระโปรงรถ และต้องระวัง "ไม่เปิดฝาหม้อน้ำในขณะที่เครื่องยนต์ร้อนจัด" เพราะไอน้ำอาจพุ่งขึ้นมาจนทำให้บาดเจ็บได้ และห้ามราดน้ำที่เครื่องยนต์ เพราะจะทำให้เครื่องยนต์เสียหายค่ะ

 

**ระบายอากาศเมื่อตากแดด**
หากประจวบเหมาะต้องจอดรถตากแดดเป็นเวลานาน ควรหาวิธีลดความร้อนในห้องโดยสารก่อนขึ้นรถด้วยนะคะ วิธีง่ายๆ ก็คือ เปิดกระจก แล้วปิด-เปิดประตู ขั้นตอนคือ เปิดกระจกหน้าต่างฝั่งตรงข้าม 1 บาน แล้วเปิดประตูรถทั้งด้านหน้าด้านหลัง เปิดและปิดทำซ้ำๆ 4-5 ครั้ง (ไม่ต้องแรงมากนะคะ) ในขณะที่เราเปิด-ปิดประตูอากาศภายนอกจะไหลผ่านช่องหน้าต่างที่เราเปิดเอาไว้จะทำให้อากาศภายในห้องโดยสารถูกดึงออกไป ซึ่งผลการทดสอบสามารถลดอุณหภูมิลดลง 4-5 องศาเลยทีเดียว หรือถ้าคุณจอดในที่ที่ปลอดภัย ก็ลดกระจกรถทุกบานลง 1-2 มม. เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกค่ะ

 

**ล้างรถให้ถูกวิธี**
เคล็ดลับการล้างรถรักษาผิวรถให้สวยสะอาดใสไร้ริ้วรอย เริ่มจากฉีดน้ำให้แรงที่สุดเพื่อให้คราบฝุ่นขี้ดินและสิ่งสกปรกต่างๆ หลุดออกจากตัวรถให้มากที่สุด ล้างด้วยน้ำเปล่าก็สะอาดเพียงพอแล้วค่ะ แต่อาจต้องใช้แรงในการขัดถูมากหน่อย ถ้าอยากให้ล้างง่ายขึ้นก็ให้ใช้แชมพูล้างรถร่วมด้วยค่ะ การล้างรถบ่อยๆ ทำให้สีตัวรถดูสดใสตลอด แต่ทั้งนี้ไม่ควรล้างรถในตอนเย็นนะคะเพราะหากล้างแล้วจอดทิ้งไว้อาจทำให้เกิดสนิมในจุดที่เช็ดไม่แห้ง และก็ไม่ควรล้างรถกลางแดดเพราะแสงแดดจะทำให้น้ำแห้งเร็วจนเช็ดไม่ทันซึ่งอาจทำให้เกิดคราบน้ำบนผิวสีรถได้ค่ะ

 

ขอบคุณรูปภาพจาก: finance.rabbit.co.th